No promises – Chapter 11

Chapter 11

no promises’. yunxjae. chaptered. au;romance;angst. rating-r*

 

/เยโบเซโย/

/อ-อา..ฮ—ฮัลโหล/

เบอร์ของยุนโฮ..หากเสียงตอบรับ กลับไม่ใช่ –ของยุนโฮ

/เยโบ…เซโย/

..

ถ้างั้น…ยุนโฮอยู่กับใคร

 

 

—-

เปลือกตากระตุก เมื่อปะทะแสงสลัว

ร่างอ่อนระโหย บนเตียงกว้างขวาง…ค่อยๆ พลิกกาย

ดวงหน้าหมดจด…ราวกำลังเอียงหาความมืด

มุมตรงกันข้าม ลำคอระหงเคลื่อนไหว…วงหน้าผ่อนคลาย คงเพราะมุมนี้..ไร้แสงนวลสว่าง…

ร่างในชุดคลุม เนื้อผ้าแพรบาง …สะลึมสะลือ กึ่งตื่น กึ่งหลับ

 

ไม่อยาก…ขยับกาย

อืออ…

 

แล้วเจ้าของร่างบนเตียงหนา รู้สึกราวกับมีน้ำหนักหนึ่ง กดทับลงมา …

ความอบอุ่น…กลิ่นอ่อนๆ เสียงพำเบาๆ …ก้องอยู่ ห่างๆ  ….อ อือออ   หรือว่า…ใกล้กัน

 

น้ำหนัก ไออุ่น …เสียงในลำคอ  

ที่ปลายจมูก…ความเคลื่อนไหวนั้น..รดลงมาหา อือ..อออ

 

ความนุ่มนวลที่แตะลง…แผ่วเบา เลือนลาง หากร่างบนเตียง…กลับไหวสะท้าน

เจ้าของห้อง…ในเวลานี้ อ่อนแรง งุนงง …ความฝันล่ะหรือ…. อืออ

 

เรียวขาอ่อนแรงพยายามขยับ แพรผ้าสะบัด เผยให้เห็นความงดงาม…ขาวกระจ่าง

เปลือกตาอ่อนล้า …ยังไม่อาจคลี่ออกจากกัน อือออ…

สัมผัส ตตรงนั้น…อ อา  เจ้าของร่าง..ข่มเสียงคราง  ผิวบาง ร้อนลุ่ม….ดวงหน้าขาว ค่อยแดงระเรื่อ …

อ…อืออ

 

สัมผัสแผ่วผ่าว… เชื้อเชิญ…กระตุ้นเร้า  นิ้วร้อน เรียวยาว—ลูบไล้ร่างบาง

….อ..อืออ  

 

ดึกหรือ…หรือจวนเช้า …ฝันนี้ —ไออุ่นนี้

เสียงพึมพำที่ดังก้องมา…  ลิ้นฉ่ำชื้น…. สอดแทรกเชื่องช้า อ๊ะ–อือออ เรียวลิ้นที่ว่าซุกไซร้ รุกล้ำ

 

ลมหายใจ…หอบห้วง ติดขัด

มือหนาไล้โลม….จับต้อง...สัมผัส

อ…อือออ

 

เสียงทุ้มดังแผ่ว…เมื่อนิ้วเรียวยาว…ลูบผิวเนื้อตรงช่องทาง

 

“อ..อืออ”   ….อื อืออ

 

แผ่นท้อง วูบวาบ ….

ช่องทางนั้นสัมผัสสิ่งที่ร้อนรุ่ม… ร่างขาวแอ่นกาย ของเหลวอุ่นใสช่วยให้ความหนา เบียดเข้าหาผนังเนื้อระหว่างบั้นท้าย

 

ลิ้นร้อน เสียงหอบห้วง …ควบคุมความฝันให้ดำเนินไป

ดูดเล็ม ซุกไซร้ —ลากไล้ไปทั่วร่างบาง

 

อ…อืออ อืออ อืออ..

 

แล้วความร้อนจากท่อนกาย…ก็แทรกเนิบช้าเข้าสู่ภายใน—

ก่อนความแข็งขึงที่ยังคงรอการขยาย หยุดขยับ..เพียงอึดใจ –ให้ร่างหลับใหลได้ปรับสภาพ

ลิ้นอุ่นครอบครองความหวาน ..ตุ่มไตบนอก ยกยอดชูชัน

บั้นท้ายสั่นเทิ้ม เมื่อแท่งหนาสอดออก-สอดเข้า …ยอดชูชันบนอก ถูกอีกคนทั้งขบทั้งย้ำ

 

อ..อื๊อ …อ—อือออ

 

จากการสอดแทรกที่ดำเนินช้า เปลี่ยนเป็นจังหวะ…ที่เริ่มเร่งเร้า

 

เสียวซ่าน สั่นสะท้าน….

ร่างบนเตียงกระสับ กระส่าย

จังหวะเข้า-ออก …อ่อนโยนเหลือแสน หากก็วาบหวามจนเกินรับไหว

 

แขนขาวจัด กอดรัดอีกร่าง…คนบนเตียงกำลังดิ้นรน

เสียงใจเต้นหนัก.. “ย…ย— ฮ…อือออ”  ไขว่คว้า ร้องขอ…ปากสั่นเทิ้ม อยากหลุดพ้น…ความทรมาน

 

ขาดห้วงไม่เป็นภาษา …ร่างที่หลับใหล—หลังเปล่งเสียงคราง …อ๊….อ อ… ก็ค่อยลาลับ—กลับสู่นิทรา

 

/ในที่สุด…ก็กลับมา/

อ… อา

 

/คิดถึง—เหลือเกิน/

“…อืออ”

 

“แจจุง….รู้มั้ย”

 

*****

เช้าวันแรก…หลังจากการเดินทางอันยาวนาน เจ้าของห้องที่ยังคงรู้สึกงัวเงีย …ลืมตาช้าๆ ก่อนมองออกไปที่นอกหน้าต่าง

แสงแดดยามนี้…น่าจะเป็นแสงอุ่นๆ ของแดดยามสาย …อ—สายแล้วหรือ คนบนเตียงค่อยๆ ลุกขึ้น ร่างบาง—รู้สึกโล่งเบาไปทั่วทั้งร่าง หากขณะเดียวกัน…ก็รู้สึกอ่อนแรงประหลาด

 

เรียวขาขาวจัดค่อยๆ เคลื่อนไหว …เตียงกว้างใหญ่นี้ —ไม่มีอีกคน …เจ้าของร่างบางยันกายลุกขึ้น ขาเรียวขาวจัด ก้าวตรงไปยังโต๊ะใกล้กัน

 

มือขาว…เอื้อมปิดโคมไฟ

 

ลำคอ…แห้งผาก เป็นผง

ในกายปวดหนึบ ความปวดนี้—อยู่ๆ ก็ปรากฏ…ปวดแปลกๆ …. ทั้งที่ร่างกายตน—ยัง—ไม่ได้…

 

อา—เมื่อคืนนี้ …เจ้าของห้อง หันไปมองยังฝั่งเตียงนอน …อีกฟากของเตียงไม่ปรากฏน้ำหนัก รอยยับ หรือการหย่อนกายของใครอีกคน … งั้น อาการปวดหนึบในร่างกายตน …หรืออาจเป็นเพราะ ความฟุ้งซ่านของตัวเอง…ร่างบางคิด พลางดึงเสื้อคลุมให้ยิ่งแนบชิด ก่อนจะเริ่มก้าวออกจากเตียงไปยังห้องน้ำ

 

หากแต่  เพียงแค่สาวก้าว …ก็รู้สึกราวยิ่งปวดหนึบ

ด โดยเฉพาะ…ส่วนนั้นของร่างกาย

 

ทั้งที่แค่ฝัน—และภาพที่เห็น …ก็เกินเลือนราง

ต—แต่–ว่ามัน…?

ก๊อก ก๊อก

 

เสียงเคาะประตูดังเบาๆ ทำให้เจ้าตัวต้องหยุดก้าวและไม่มีเวลาจะคาดเดาต่อ

เจ้าของห้องพยายามทำเสียงกระแอม ระหว่างหมุนตัวพร้อมก้าวไปยังทิศทางด้านหน้าประตูห้อง ร่างบางคิดว่าใครก็ตามที่มาหาตนในตอนนี้…คงหนีไม่พ้น คงเป็นคนของพ่อบ้าน —แล้วสองขาที่ยังสั่นเทา ก็นำพาร่างอ่อนแรงนั้นไปยังจุดหมาย

 

กึ่ก…ทันทีที่เจ้าของห้องเปิดประตูออกมา ก็ได้พบกับสาวใช้ที่ยืนรออยู่หน้าห้องนอน “ขอประทานโทษนะคะ คุณท่านให้ถามว่าคุณแจจุงจะรับอาหารในห้อง…หรือจะลง..”

“ยุนโฮล่ะ…อ เอ่อ–ออกไปหรือยัง” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม หากสาวใช้คนใหม่ที่เคยได้เห็นคุณแจจุงบ้างแล้ว ต…แต่—สวยงามเหลือเกิน เธอคิด..หน้าแดงเมื่อมองเห็นใบหน้าขาวจัดกับปากบวมเป่งที่แดงระเรื่อของเจ้านายตน …มือที่ถือถาดอาหารค่อยๆ ลดลง …ใบหน้าหญิงสาวอยู่ๆ ก็ร้อนขึ้นมา

หล่อนละลำ่ละลักตอบคำถาม “คุณยุนโฮ…” ก่อนพูดต่อ หญิงรับใช้ไม่สบสายตาผู้เป็นนาย ก้มหน้า “เอ่อ….ยังไม่กลับมาเลยนี่คะ

 

 

*****

 

ในฐานะเลขาของผู้สืบตระกูล คุณโซอีรู้ตัวดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์ล่วงล้ำ ถามไถ่เรื่องส่วนตัวของเจ้านาย …หากอย่างไรก็ตาม ผู้เป็นเลขาก็อดสงสัยไม่ได้ วันนี้ ทำไม—คุณยุนโฮที่ปกติก็จะกระตือรือร้น กลับดูเคร่งเครียดและเป็นกังวลมากกว่าเดิม หล่อนสังเกตเห็นการแต่งกายที่ไม่เนี้ยบเหมือนเช่นทุกวัน…. อาการเหม่อๆ และล่องลอย ก็ด้วยเช่นกัน… คิ้วยาวของคุณเลขาเริ่มขมวดม้วน ….เอ—มันเพราะ..อะไรนะ

“คุณโซอี…”

“อ้ะ..ค่ะ คะ” เอาเถอะ…ถึงอย่างไร หล่อนก็รู้ดีว่า …คนเป็นเจ้านาย ต่อให้มีเรื่องให้กังวลใจ แต่คุณยุนโฮก็ไม่เคยทิ้งงาน

“วันพรุ่งนี้ …กับมะรืนนี้”

คนเป็นเจ้านายหยุดครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “บอกให้ชางมินประชุมแทนผมที…ได้มั้ยครับ

 

 

*****

“เชิญทางนี้ค่ะ…คุณชางมินเพิ่งเสร็จประชุมกับลูกค้า …คงไม่นานนัก น่าจะกลับเข้ามา”

ผู้ช่วยของคุณชางมิน มองผู้มาเยือนอย่างไม่วางตา …หล่อนพูดจบก็เดินออกจากห้อง ก่อนกลับเข้ามาอีกครั้ง เพื่อเสริฟของรับรองที่ถูกเตรียมไว้สำหรับต้อนรับแขกพิเศษ ตามด้วยชาร้อนกลิ่นมินท์ที่เจ้านายของหล่อนมักเน้นย้ำเสมอ

 

/เซตนี้…สำหรับแขกวีวีไอพีเท่านั้นนะครับ/

 

“มินท์ที (mint tea)” เสียงไพเราะเปล่งแผ่วเบา ผู้มาเยือนหลับตาตอนสูดกลิ่นชาร้อนเข้าไป…ดวงตาอ่อนโยนมองมาที่หล่อน ก่อนเผยยิ้มน้อยอย่างผ่อนคลาย

“คุณนาราใช่ไหม…ขอบคุณนะครับ

 

หญิงสาวออกมาจากห้องของเจ้านายด้วยรอยยิ้มและความตื้นตันอย่างท่วมท้น เอาจริงๆ นะ….นอกจากคุณชางมินผู้เป็นเจ้านายของหล่อน ..คุณยุนโฮ ผู้พี่และดำรงตำแหน่งประธานของบริษัทใหญ่ยักษ์แห่งนี้ คุณนาราก็ไม่เคยเห็นใคร ที่หล่อเหลา ดูดี และดึงดูดสายตาได้อย่างคุณสองคนนี้อีก

 

…หากแต่ ผู้มาเยือนในห้องนี้ — ไม่รู้สิ…คุณเลขาคิด ช่างงดงาม..ตรึงตา

 

หล่อนยิ้มปลื้มและฮัมเพลงอย่างมีความสุข กอดถาดเสิร์ฟของว่างไว้กับอกอย่างแนบชิดขณะเดินมุ่งหน้าไปยังโซนแพนทรี่

 

/คุณ–คนนี้เองหรือ/

 

หล่อนยิ้มอีกแล้ว …ใจลอย จนเกือบเหม่อ จนกระทั่งเมื่อมองเห็นร่างสูงโปร่ง เดินฉับๆ …ตรงมาข้างหน้า

“อ้ะ…คุณชางมิน” หล่อนรีบเดินไปหาเจ้านาย ขณะเดียวกันก็มองเห็นร่างสูงก้าวเร่ง ราวกับว่า…เจ้าตัวรีบรุด ให้ไปถึงจุดหมายไวๆ

“คุณชางมินคะ เมื่อครู่นี้ เอ่อ–คุณโซอีพยายามโทรหา…”

 

“พี่แจจุงล่ะครับ”

 

…เอ—-หล่อนไม่เคยเห็นอาการนี้ของเจ้านายตนมาก่อน  …เจ้านายที่คงวัยไล่เลี่ยกัน —ที่กำลังมองไปยังฝั่งห้องทำงานตน ทั้งสายตาและก้าวเร่งรีบนั้น …คุณชางมินที่มักเคร่งขรึม—แม้กระทั่งคำตอบจากหล่อน ยังไม่รอฟัง….

 

คุณเลขา…หยุดก้าวตาม

 

/ไม่น่ะ…หล่อนคิดมากไป/

 

 

*****

คุณโซอีกุมโทรศัพท์ไว้ในมือ …พึมพำบางอย่างก่อนลุกจากเก้าอี้โต๊ะทำงาน …คุณชางมินไม่ยอมรับสาย ส่วนคุณนารา—เลขาของคุณชางมินก็มาดัน…สายไม่ว่าง

 

“เฮ้อ!

 

หล่อนอยากถอนใจให้ดังกว่านี้  … หญิงวัยกลางคนส่ายหน้าไหว เธอคิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ …จนสุดท้าย ร่างโงนเงนของตนก็ต้องถอนก้าวกลับมา แล้วค่อยหย่อนกายลงบนเก้าอี้ทำงานอย่างคนสิ้นหวัง

 

“เฮ้ออออ…”

 

คุณผู้ช่วยถอนใจยาวๆ อีกที …ตอนนี้ ด้านหน้าห้องทำงานผู้ดำรงตำแหน่งประธาน มีโต๊ะทำงานและเอกสารที่ยังรอจัดการของคุณโซอี กับเจ้าของชื่อที่กำลังรู้สึกวุ่นวาย–ไม่ได้อย่างใจ เพราะจวนถึงเวลาอยู่แล้ว แต่หล่อนยังไม่สามารถคอนเฟิร์มผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ ได้…ว่าใครจะมาทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมใหญ่ระหว่างสองบริษัท

 

“โธ่—คุณยุนโฮ…นะคุณยุนโฮ” หล่อนฟุบใบหน้าไว้กับโต๊ะ …หน้าสิ่วหน้าขวานหยั่งนี้—ยังจะมีกะจิตกะใจมาทิ้งงาน

 

“เรียกผมหรือ ….คุณโซอี?

“อ้ะ…”

เจ้านายของหล่อน เพิ่งจะสี่โมงกว่าๆ เอง …หากเนคไทที่ถูกประดับไว้อย่างดี ในตอนนี้หายไปแล้ว …สูทที่สวมทับไว้ ก็คงถูกเจ้าตัวกำจัดไปด้วย หล่อนที่ยังแอบรู้สึกเคืองๆ อยู่…มองสำรวจ —แล้วค่อยกดคิ้ว

 

“จะกลับ…เลยหรือคะ” คุณยุนโฮพยักหน้า ก้มมองนาฬิกา

 

“เรื่องชางมิน…ว่าไงครับ”

 

*****

 

เพราะคุณยองเอแท้ๆ พี่แจจุงถึงต้องอุตส่าห์มาถึงที่นี่ —เฮ้อออ..จริงๆ เลยน้า…กะเรื่องแค่นี้” มือใหญ่ยกเอกสารที่อีกฝ่ายเป็นคนอาสาเอามาให้จากบ้านขึ้นแล้วโบกไหวๆ อยู่บนอากาศ ก่อนวางมันลงบนโต๊ะทำงานอย่างนิ่มนวล

เขาหัวเราะขำให้กับความเจ้ากี้เจ้าการของผู้เป็นแม่ ก่อนขอโทษขอโพยพี่สะใภ้

… ชายหนุ่มที่ตอนนี้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน มองไปยังอีกคนบนเก้าอี้รับแขก—พี่แจจุงกำลังยิ้มให้กับคำพูดของเขา ขณะนิ้วขาวหยิบยกถ้วยชา จมูกโด่งสูดดมกลิ่นไอจากของเหลวที่อยู่ในนั้น …ใบหน้างดงามก้มลงจิบมันอย่างเนิบช้า จากนั้น—คนมองจึงได้ยินเสียงครางอย่างพึงพอใจในลำคอที่อีกฝ่ายเปล่งแผ่วเบาออกมา

 

“อ..เอ่อ นี่ก็—จวนเวลาเลิกงานแล้ว”

ผู้เป็นน้องอยู่ๆ ก็โพล่งขึ้น จากนั้นก็ทำทีก้มเก็บเอกสาร … เพราะภาพของพี่สะใภ้ตรงหน้า ตอนนี้นั้น —หากตัวเขามองต่อไปอีก แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ… ตัวเขาเอง—เกรงว่า เขาที่ยังมองจะไม่อาจถอนสายตาออกมา

 

“อืออม…นั่นสินะ” เขามองเห็นพี่แจจุงวางถ้วยชาบนจานรอง … ขณะทำท่าจะลุก—ผู้มีศักดิ์เป็นน้องชาย สังเกตเห็นแววตาของพี่สะใภ้…ราวกับแว่บนึงมันจะซ่อนมีความกังวลใจบางอย่างเอาไว้

 

อา…หรืออาจจะเป็นเรื่องของฮยอง

 

นั่นสิ อาจเป็นไปได้—เพราะตั้งแต่พี่แจจุงกับคุณยองเอกลับมา เขาได้ข่าวว่าพี่สะใภ้กับพี่ชายเขายังไม่ได้เจอกันเลย ยิ่งวันนี้…พี่แจจุงที่อาจจะยังเหนื่อยล้าจากการเดินก็ตื่นสาย  …ก ก็เลย

 

“จะกลับไปพร้อมกับผม …หรือจะรอฮยองดีฮะ”

 

 

*****

ขณะที่ทั้งคู่อยุ่ในลิฟท์  เขาสังเกตเห็นพี่สะใภ้ ใช้มือข้างหนึ่ง ปิดอีกมือข้างที่สวมแหวนแต่งงานไว้ตลอดเวลา …

 

…..พี่แจจุงเงียบไปอีกแล้ว

 

/ติง/

 

สิ้นเสียงสัญญาณ  ไม่นาน…ประตูลิฟท์ก็เปิดออก

—ขายาวของผู้เป็นน้องก้าวออกมาก่อน ตามด้วยก้าวของร่างเล็กกว่า..และสายตาของพนักงานที่ต่างก็จ้องมองคนของฮยอง—ไม่ขาดสาย

 

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าหนึ่งดังอยู่ห่างๆ  ขณะที่ทั้งคู่ยังคงก้าวเรื่อยมา …และขระที่เดินสวนกัน พนักงานจะก้มหน้าคำนับเขา หากจากระยะสายตาที่คนเป็นน้องสังเกตได้ พนักงานเหล่านั้นต่างมองไปที่คนๆ นี้เป็นตาเดียวกัน เขาไม่แปลกใจ —และเริ่มคิดได้ถึงสาเหตุที่พี่สะใภ้ต้องปกปิดแหวนแต่งงาน  

 

เพราะวัตถุแวบวับบนนิ้วขาวจัด…อาจยิ่งส่งผลให้ร่างบาง ที่ปกติก็น่ามองและเป็นที่ดึงดูดอยู่แล้ว อาจยิ่งเป็นเป้าสายตาไปมากกว่านี้

 

คนเป็นน้องรู้สึกเห็นใจ… เขาที่ยังก้าวต่อไปเรื่อยๆ …อยู่ๆ ก็คิดได้ พี่แจจุงก้าวช้ากว่าเขา…จึงทำให้ระยะระหว่างเรายิ่งห่างออกไป คุณชางมินเลยจงใจหยุดรออีกฝ่าย… จนในที่สุด ทั้งคู่ก็เกือบมาถึงบริเวณโถงกว้างของอาคารสำนักงาน ซึ่งเชื่อมต่อกับอาคารลานจอดรถสำหรับเฉพาะผู้บริหาร

 

ในขณะที่คนเป็นน้องหันหลังกลับไป … เขามองเห็น พี่แจจุงที่กำลังก้าวตามเขาทัน –ถูกร่างสูงกว่าเอื้อมมือตนมาคว้าข้อมือเล็กไว้

 

เจ้าของร่างสูงโปร่งที่คว้ามือนั้นและกุมมันแน่นไว้ในมือตนยังคงเดินต่อ …ร่างเล็กกว่าที่เซเล็กน้อยก็ก้าวตามเขา–ไม่ได้ยื้อหรือต่อต้าน— จนเพียงอึดใจ ก้าวยาวๆ ของคนทั้งคู่ ก็มาถึงตำแหน่งที่คนเป็นน้องชายกำลังยืนรออยู่ ….

 

“นายกลับไปก่อน…ฉันกับแจจุงจะกลับด้วยกัน”  เสียงเรียบของฮยองสั่งเขา …ขณะมือใหญ่กุมมือนั้น ไว้ไม่ห่าง

 

“แต่คุณน้า…” พี่แจจุงกำลังพูดต่อ หากพี่ชายเขากลับตัดบท

“งั้นเปลี่ยนใจแล้ว วันนี้เราสองคน…คงไม่กลับบ้าน” คนเป็นน้องงุนงง

หากก็คงไม่เท่ากับอีกคน…ที่พยายามปลดมือตนออกจากมือของท่านประธาน

“ตแต่…วันนี้” ยิ่งพี่แจจุงพยายามพูดเท่าไหร่ เขายิ่งรู้สึกว่ายิ่งเป็นการกระตุ้นผู้เป็นพี่ชาย

 

สายตาที่ยากจะคาดเดาของผู้สืบมองมาที่เขา ก่อนจะมองคู่สมรสที่ตนยังกุมมืออยู่ ตอนนี้…ร่างบางยืนห่างจากเขาเพียงไม่เท่าไหร่

 

“รู้ใช่มั้ย…ชางมินอา” พี่ยุนโฮค่อยปล่อยมือนั้น ในตอนนี้….ที่ทั้งสามคนเดินมาถึงบริเวณอาคารจอดรถ ซึ่งแน่นอนว่า จะไม่มีสายตาสอดส่องของพนักงาน “ไม่ใช่เพียงแค่เหตุผลง่ายๆ…ที่คนๆ นี้เพิ่งจะกลับมา” ก่อนว่าต่อ พี่ชายของเขาเอื้อมมือไปคว้าเอวของร่างบาง “แต่กับแจจุง…ฮยองมีสิทธิ์” คนพูดมองคู่สมรส…ร่างเล็กกว่าถูกแขนใหญ่โอบไว้แน่นแนบกายเขา พี่ยุนโฮมองอีกฝ่าย ไม่กระพริบตา

“นายว่า ใช่…หรือไม่

 

/คิดถึง… เหลือเกิน

แจจุง… รู้มั้ย/

 

*****

เบอร์ของยุนโฮ

หากเสียงตอบรับ กลับไม่ใช่ของยุนโฮ

/เยโบ—เซโย/

ถ้างั้น… ยุนโฮ อยู่กับใคร

 

ทั้งสองคนมาถึงจุดหมายโดยไม่มีการพูดจาหรือสนทนาใดๆ เลย…ตลอดเส้นทาง

สถานที่แห่งนี้….จากที่ร่างเล็กกว่าเห็น คือที่พักชั้นดี  อือม– ไม่สิ– มันน่าจะดีที่สุดแห่งหนึ่งในอีกไม่กี่ที่ ก็ไม่น่าแปลก…เพราะอีกฝ่ายคือชอง ยุนโฮ—ผู้สืบตระกูลดังระดับประเทศนี่นะ

หญิงสาวที่แผนกรีเซพชั่น ราวกับรู้อยู่แล้วถึงการมาเยือนของแขกคนสำคัญ… หล่อนโน้มศีรษะ ก่อนพูดจาต้อนรับทักทาย แล้วจึงยื่นกุญแจห้องให้ร่างสูงกว่า

“ห้องสวีท ชั้นบนสุด… ไวน์พร้อมเสิร์ฟ กับผลไม้ที่สั่งไว้– นอกเหนือจากนี้ ไม่ทราบว่าท่านจะรับสิ่งใดเพิ่มเติมอีกหรือไม่คะ”

ร่างโปร่งหันมามองอีกคน …แจจุงมองตอบเขา …ส่ายหน้าเบา

 

“งั้นห้ามให้ใคร…รบกวนเรานะครับ” หญิงสาวรับคำ…หน้าแดงเรื่อเมื่อได้ยินประโยคที่ถูกกล่าวย้ำ หล่อนไม่กล้ามองหน้าแขกสำคัญอีกคนที่ร่างเล็กกว่า …รู้เพียงแต่ว่าคนทั้งคู่ช่างเหมาะสมกันมากเหลือเกิน และอีกอย่าง…รังสีแห่งความหวงแหนและบรรยากาศบางอย่างแปลกๆ ที่กระจายอยู่รายรอบทั้งคู่นั้น มันทำให้หล่อนเอง…แทบเคลิ้มไปด้วย

 

“อ อา..ขอประทานอภัยค่ะ ข–ของสิ่งนี้ ดิฉันเกือบลืม” เพราะความคิดนั้นทำเอาหล่อนพูดจาตะกุกตะกัก หญิงสาวก้มหน้าแทนการขอขมาอีกฝ่าย–ขณะเดียวกันก็ยื่นซองสีน้ำตาลขนาดเล็กที่ดูเหมือนจะบรรจุของบางอย่างให้ร่างใหญ่ ยุนโฮรับซองเล็กนั้น ก่อนเอ่ยบอกพนักงาน

“นั่นสิ…ขอบใจนะ”

 

*****

ตลอดการเดินทางจากบริษัทมายังโรงแรม จนกระทั่งทั้งคู่มาถึงห้องพัก เขาไม่ได้ยินคำพูดสักคำเดียวออกจากปากของแจจุง …ที่แปลกกว่านั้นก็คือ —คู่สมรสของเขา ไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ เลย …ไม่ว่าจะเป็นการแสดงให้เห็น—ว่าเห็นด้วยกับการกระทำที่ออกจะเอาแต่ใจของตน หรือแม้กระทั่งปฏิกิริยาต่อต้าน …

 

ห้องที่สว่างไสว ภายในถูกตกแต่งอย่างเลิศเลอ ….และอาจเป็นเพราะห้องนี้เป็นห้องชั้นบนสุดกระมัง จึงทำให้วิวด้านนอกที่มองเห็นผ่านจากกระจกใส ยิ่งดูงดงามและน่าประทับใจ …. เวลากลางคืนที่มีแสงไฟประดับประดา และแสงดาวจากท้องฟ้าที่ทอประกาย ร่างบางมองเหม่อ พร้อมก้าวเชื่องช้าไปใกล้ๆ … เบื้องหน้านี้ที่มีกระจกใส มีภาพคนสองคนจากด้านในสะท้อนมา

“อา….อยู่ที่นี่เองสินะ” คนร่างใหญ่พูดขึ้น ขณะหยิบของออกจากซองเล็กๆ ที่เพิ่งได้รับจากพนักงานต้อนรับ เขาเปิดใช้งานอุปกรณ์สื่อสารทันทีที่หยิบมันออกมา ดูบันทึกการโทรเข้า …ก่อนทิ้งกายลงบนโซฟา

“โซอี …โซอี ชางมิน ….คุณโซอี…อ้ะ—”

 

ร่างบางที่ยังยืนอยู่ตรงนั้น หมุนตัวกลับมา…และทำท่าจะก้าวออกจากบริเวณ

 

“เดี๋ยวก่อน –แจจุง” ร่างสูงโปร่งมองหน้าจอให้แน่ใจ เรียกชื่ออีกฝ่าย ก่อนจะวางอุปกรณ์ที่เมื่อราวสองสามวันก่อนตนได้ลืมทิ้งไว้ “ตอนอยู่นิวยอร์ก…ได้โทรหาฉันใช่มั้ย”

 

ร่างนั้นยืนนิ่งราวถูกสะกด … วงหน้าขาวจัดเบือนไปอีกฝั่ง “อ–เอ่อ วันนั้น เพราะมีสายไม่ได้รับ ก–ก็ เลยโทรกลับมา”

“อา…งั้นหรือ” เสียงทุ้มเผยแววผิดหวัง ร่างสูงโปร่งลุกจากที่นั่ง ก่อนจะก้าวช้าๆ มาหาอีกฝ่าย

“ก็เลยไม่ได้คุยกัน …เพราะฉันดันลืมโทรศัพท์ไว้”

“….”

“โชคดี…ที่พนักงานรีเซพชั่นคนเมื่อครู่เจอเข้า แล้วก็คง…หลังจากนั้น—เลยตัดสินใจโทรหาโซอี”

 

/อา…งั้นเสียงของผู้หญิงจากปลายสายในวันนั้น –ก็คงเป็นพนักงานสาวคนนี้/

 

เมื่อร่างบางนึกย้อนเรื่องราว…ที่ผ่านมาที่ต้องรู้สึกหนักๆ และค้างคา—ตอนนี้ เมื่อได้รับรู้…ไม่เพียงแค่โล่งอก หากอยู่ๆ ก็เกิดใจสั่น

“อุตส่าห์คิดไปว่า …ที่แจจุงโทรหา เพราะอาจจะ–คิดถึงฉัน”  มือใหญ่ยกขึ้นแตะปอยผมที่คลอเคลียใบหน้าอีกคน แจจุงไม่ขยับหรือเคลื่อนไหว …ไออุ่นแปลกๆ แทรกซึมเข้ามาอีกแล้ว เมื่อใบหน้าของผู้มีศักดิ์เป็นสามีโน้มมาใกล้ๆ

 

“หลายวันมานี้…แค่ได้ยินเสียง–ยังทำไม่ได้”

ลมหายใจผสานเสียงทุ้ม  แจจุงหลับตา ….ฟังเสียงดังที่เต้นหนักของหัวใจ

 

“เพิ่งรู้ว่า–ความคิดถึง….ช่างโหดร้าย” ปลายจมูกโด่งของคนพูด แตะลงเบาๆ ที่ปลายจมูกของอีกคน ”คืนนี้…เลยไม่อยาก ให้มีใครมาวุ่นวาย” ปากอุ่นโน้มลง…ครอบครองปากอิ่มของร่างเล็กกว่า ราวกับว่าสัมผัสนี้ที่เกิดขึ้น…คนทั้งคู่ห้ามมันไม่ได้

 

อ…ออืออมม

 

“จะอนุญาต…ได้มั้ย” ปากที่ครอบครองยังไม่อาจถอน ดวงตาพร่ามัว—วอนขออีกฝ่าย

 

“ให้ฉันกอด แจจุงไว้–จนถึงเช้า”

 

 

yunho-np11.jpg

no promises: on to next chapter

Recommended track:  I’m yours – The Script

Advertisements

One comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s