[yunjae] Deep & High

deep & high

yunho/jaejoong (seunghyun-centric!). oneshot. rps;twt;slight angst. pg-13

guests: bigbang’s seunghyun,  kim hyunjoong

To my beloved sister ( who are one cassie & so into T.O.P at the same time ) // i.miss.u.ne //

 

Deep & High

Chill, but still worry… a bug’s goin’ around.
Cuz life is like your homie, it’s ‘holdin’ u down’.

Maze - Epik High (feat Dumbfoundead & MYK)

 

 

ซึงฮยอนไม่เคยพูดมาก   

ไม่เลย

กลับกัน—หมอนี่มักปล่อยให้บทสทนาที่ตัวเองไม่ค่อยมีส่วนร่วมผ่านโสตประสาทไปเรื่อยๆ .. จิบเหล้าเงียบๆ อยู่ในมุมของมัน … โยกไหล่ตามจังหวะหนักของเสียงเพลง ยกยิ้มมุมปากให้ใครก็ตามที่เลิกคิ้วมองตามอย่างกวนอารมณ์

เทมป์มันนิ่ง

ใช่…มันเป็นของมันอย่างนั้น

“ไง..”

คำถามที่มักได้ยินจากคนอื่นๆ พร้อมกับท่าทางเพยิดหน้าแทนการทักทาย … ในวงการนี้—เรามักมีโอกาสเห็นหน้าค่าตา เผลอๆ ถึงขั้นเรียกได้ว่ามีโอกาสร่วมงานกับทุกคน .. อาจมากหน้า อาจหลายตาเกินไปด้วยซ้ำ ทำให้ในบางที… หลังจากเสร็จงาน พวกเราถึงทำตัวเหมือนเป็นคนแปลกหน้า – ไม่นึกอยากเกี่ยวข้อง อยากมาใส่ใจอะไรกัน…

หมอนั่นที่มักนั่งค้อมตัว แยกขาสองข้างออกกัน และมีแก้วเครื่องดื่มถือติดมือตลอดเวลา เมื่อถูกทักทาย–ก็มองปลายตาตอบไป จากนั้นก็แค่พยักหน้าให้อีกฝ่ายรู้ว่ารับรู้แล้ว  ก่อนโยกศีรษะหรือฮัมเพลงไปตามเรื่องตามราว .. หลุดอยู่ในโลกส่วนตัวอีกครั้ง …

ท็อปมักดูไม่ใส่ใจ

เขาคิด

แต่เป็นคนเดียว…จากทั้งหมดในกลุ่มนี้  –

คนเดียวในกลุ่ม – ที่ยุนโฮสามารถพึ่งพา

 

 

พลั่ก… 

ซึงฮยอน—ไม่ได้เมา

ร่างสูงของเท็มป์ฉุดคอเสื้อของใครบางคนที่ถูกเขาปล่อยหมัดจนลงไปจมอยู่บนพื้นที่ชื้นไปด้วยน้ำเปลี่ยนนิสัย

“ไป – ให้ – พ้น”

เทมป์..เอาจริง

แววตานิ่งราวมัจจุราช .. เส้นเอ็นตรงขมับปูดโปน

นักแสดงที่คุ้นหน้าคนนั้นก้มหน้ากัดฟันกรอด สบถเบาๆ ตอนใช้หลังมือปาดเลือดซิบตรงมุมปาก … ฮยอนจุงที่ดูอยู่ซักพัก-ส่ายหน้าไหวอย่างอดไม่ได้ ร่างในชุดลำลองโทนดำกำลังก้าวมาในวงแล้วแยกสองคนออกจากกัน ..

เขาต้องหยุดมันแล้ว  ฮยอนจุงบอกตัวเอง— ก่อนที่พี่ท็อปจะเห็นท่าทางกร่างๆ คล้ายยังไม่สำนึกของหมอนั่น แล้วจะยิ่งพาลให้ของขึ้นอีกรอบ

“ดีที่ไอ้บ้านี่มันรักหน้า .. ไม่งั้นพรุ่งนี้คงได้เป็นข่าว”

ร่างบึกบึนของคนพูดอายุน้อยกว่า หลังจากส่งแขกที่ไม่ได้รับเชิญออกไปก็เอ่ยกับเท็มป์ที่เพิ่งลุกขึ้นยืนด้วยโทนเสียงปกติ .. แล้วฮยอนจุงก็หัวเราะหึในลำคออย่างนึกขัน  

เอากะเขาสิหลังจากที่เพิ่งมีเรื่องไปเมื่อตะกี๊— ไอ้ฮยองปากหนักตรงข้ามเขานี่—ยังมีหน้ามาส่ายสายตามองหาแก้วเหล้า—ไม่รู้ร้อนหนาว  

“มีเรื่องกะชาวบ้าว..ระหว่างโปรโมทอัลบั้ม” โต้กลับด้วยเสียงเรียบราบ จากนั้นก็ซดวิสกี้ที่เหลือค้างในแก้วจนหมดรวดเดียว  “อา …ฟังดู ไม่เลวเลยว่ะ”

ซึงฮยอน…ไม่เคยสน

มือของคนนอก ความหลงไหลและอยากได้ของๆ คนอื่นของพวกคนนอก

/ฟัค!/

จากที่นั่งนิ่ง ร่างใหญ่ก็ผุดลุกขึ้นยืน–เขวี้ยงแก้วเหล้าลงบนพื้นอย่างไม่รั้งรอ … สมาชิกวงบอยแบนด์ต่างสังกัดสาวก้าวยาวจากโซฟาข้างเคาน์เตอร์ หมัดหนักตรงเข้าตั๊นหน้านักแสดงรุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาทักทายกลุ่มของตนจังโต

/เฮอะ/ หมอนั่นคงเห็นว่าเข้าทาง เพราะแจจุงกำลังเมาได้ที่ – แถมเป็นที่รู้กันว่าเวลาเมา…เพื่อนร่วมก๊วนของเขาคนนี้ ยิ่งจะพร่างด้วยเสน่ห์ที่มีอยู่แล้วเหลือเฟือ–ให้เพิ่มขึ้นอีกได้หลายสิบเท่า

แจจุง– ไม่ได้ปล่อยตัว

และในทุกครั้ง การสนทนาทั่วๆ ไปกับคนอื่นๆ ที่ร่วมวงการ กับแจจุงและทุกคนในกลุ่ม ก็มีความหมาย…เพียงแค่การรักษาน้ำใจกันเท่านั้น

แต่เพราะไม่เคยรู้ถึงความน่าหลงไหลที่มากมายของตนเลยซักนิด .. หมอนี่ก็เลย–ไม่เคยคิดอะไรให้มาก  

ยิ่งได้ดื่มหนักๆ …. แจจุงทั้งที่ก็ปกติก็หล่อเฉียบขาด กลับดูสวยหยาด–จนคาดไม่ถึง

แต่นี่คือ คิม แจจุง

ดูเหมือนจะใช่ –แต่ไม่ได้เป็น – อย่างที่ใครคิด

ไม่ใช่

และแจจุง—ไม่เคย…ให้ท่า

ไป-ให้-พ้น  

สายตานั้น –เตือนว่าเชว ซึงฮยอนสามารถเปลี่ยนจากนิ่งเงียบ เป็นอันธพาล

ที่หลายคนอาจคิดไปว่านักร้องระดับแถวหน้า สังกัดค่ายดังระดับต้นๆ คงไม่กล้ามีเรื่องมีราวกับใคร .. ถึงจะถูกท้าทาย –ถูกทำให้ไม่พอใจ คนพวกนี้—คงทำได้แค่ข่มอารมณ์ ..พวกที่มีชื่อเสียง –มักจะห่วงและปกป้องแค่ชื่อเสียงมากกว่า

แต่คนกลุ่มนี้..ไม่เหมือนคนอื่น

ยิ่ง ซึงฮยอน… ยิ่งไม่ใช่อย่างที่คุณคิด

อ …อืออ

“ขอบคุณพระเจ้า” … จุนซูซึ่งไม่คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ รีบรวบร่างของอีกคนที่แม้จะลุกยืนยังลำบากลำบน ร่างทั้งร่างอ่อนปวกเปียกเพราะปริมาณแอลกอฮอล์ที่เจ้าตัวเติมมันลงอย่างไม่เคยมีลิมิตร

แจจุง…ไม่เปลี่ยน 

เป็นอย่างนี้..ตั้งแต่ทีแรกที่ได้รู้จัก 

ส่วนมิกกี้…จากที่เพิ่งกลับเข้ามาเพราะติดโทรศัพท์อยู่ ก็ดูเหมือนกำลังทำความเข้าใจกับสภาพเกลื่อนกระจาย และการเข้ามาพร้อมกันของพนักงานประจำคลับชั้นสูงประมาณสองสามคน..ที่ง่วนอยู่กับงานเก็บกวาด

ตอนนั้น ..ซึงฮยอนกลับไปนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงมุมเดิม  —  ขณะที่เสียงบีทเริ่มหนักขึ้น  คนเพิ่งมีเรื่องถึงมองเห็นร่างสูงของใครคนหนึ่ง ชายหนุ่มคนนั้น—สวมแว่นตาดำและหมวกแก็ปและก้าวตรงมา

ท็อปยิ้มให้เขา..

ยุนโฮพนักหน้าเบา .. ทันที่ที่รู้ข่าวจากชางมิน เขาก็รีบบึ่งมาหา

“ต้องขอบใจนายอีกแล้ว” ผ่านความนุ่มทุ้มของเสียง คนฟังรับรู้ได้ว่าผู้พูดกำลังซ่อนความรู้สึกใด — ซึงฮยอนมองเขา ทุกคนที่นั่น – ต่างมองเขา… ลีดเดอร์อีกวงกำลังใช้ท่อนแขนยาว รับและโอบร่างโงนเงนของคนรักเขา ..

แม้จะเมาหนัก แต่เจ้าตัวกลับยิ้มหวานหยดเมื่อสายตามัวมองเห็นว่าตนยืนอยู่ไม่ไกล

 

ทั่วตัวของแจจุงมีแต่กลิ่นเหล้า …

ร่างที่อ้อนแอ้นโผกอดเขา…ไม่กังวลหรือหวั่นเกรงสายตาใคร

“ยูชอนอา—ดูนี่! ดูนี่! — ยูโนอ่า..มายืนทำหน้าบูดใส่ฮยองอยู่ตรงนี้”

เขาประคองร่างนั้น ศีรษะของแจจุงโน้มลงซบเขา … แขนร่วงโรยพยายามคว้าร่างใหญ่โดยการโอบรอบไหล่ของเขา  “หอมจัง…” จมูกยาวซุกไซร้ เสียงที่รื่นหู ตอนนี้..อู้อี้จนเกินบรรยาย “กลิ่นยุนโฮอา…จริงด้วยใช่มั๊ย”

ทุกคนตรงนี้ที่รู้…

แจจุงมีสายตาเพื่อคนๆ เดียว  …

ท็อปรู้…

ว่ายุนโฮ—ก็ไม่ได้ ต่างอะไร

***

และในที่สุด…ก็ถึงเวลาที่ทุกคนต้องแยกกัน

“คราวหน้า…จะพยายามให้หนักมือกว่านี้”

ควันบุหรี่ที่คงลอยคลุ้ง …ท็อปแตะไหล่เขาเชิงแหย่ เท้าที่ทำท่าจะก้าวจากไป ตานิ่งคู่นั้นมองผ่านแจจุงก่อนยักไหล่ และโบกมือลา  “ส่วนพวกนาย—รีบกลับไป แล้วเคลียร์กันซะ”

ซึงฮยอน…พูดน้อย

มือยาวปัดเอาเส้นผมออกจากหน้าผากรุมๆ — แต่บนความขาวชมพูของวงหน้าก็ดูเหมือนจะมีเหงื่อฉาบชุ่มอยู่บ้าง ..

“ให้ตายเหอะแจ— ถ้าไม่มีท็อป..จะเป็นยังไง”   น้ำเสียงปวดร้าว สายตาของเขามองถนนอย่างไร้ความหวังเปล่งคำพูด ที่ไม่อาจถูกรับรู้โดยอีกฝ่าย

 

อืออ

ร่างไร้สติบนเบาะฝั่งผู้โดยครางออกมา มือขาวจัดคว้าเอาเสื้อโค้ตที่เลื่อนขยับให้คลุมกระชับไม่ห่างร่างกาย “ยุน โฮ …” เสียงของแจจุงยังอู้อี้ พวงแก้มสีแดงสั่นนิดๆ แล้วเพียงครู่—ยุนโฮถึงมองเห็นเหมือนมีหยดน้ำเกาะอยู่ริมขอบตาที่กระตุกน้อย ทั้งที่เจ้าตัวกำลังหลับไหล

เขารดความเร็วลง ตบสัญญาณไฟแล้วจอดรถของอีกฝ่ายตรงข้างทาง… ขยับร่างอันใหญ่โตของตนไปหาคนเรียก อดีตลีดเดอร์ที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ดูแลเหมือนเคย โน้มใบหน้าเพื่อตอบรับลงใกล้ๆ “แจจุงอา..ฉันอยู่นี่”

ซึงฮยอน…บอกเป็นนัยๆ กับเขาเสมอ

/สิ่งหนึ่งที่นายก็รู้ …

แจจุงน่ะ—เปราะบางมาก/

“ยุนอา…ไม่ว่างใช่มั๊ย”

และในทุกครั้ง  — เขาก็มัก…เป็นสุดท้าย

แขนยาวกอดแจจุงด้วยความเจ็บปวด…. เขาหยิบเสื้อโค้ตที่เป็นของเขาให้แจจุงได้กอดไว้แทน อย่างน้อยกลิ่นอ่อนๆ ของโคโลจน์ที่ติดอยู่จางๆ ก็ช่วยทำให้ร่างที่ขดกายอีกฝั่งตรงข้ามหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย

ยุนโฮเริ่มออกรถ …

มือขวากำพวงมาลัยแน่น ส่วนอีกมือ—ยื่นมาคล้องมือข้างหนึ่งของแจจุงไว้

“แจจุงอา—ต่อไปนี้ ฉันขอได้ไหม” เขาหันมองคนที่นอนนิ่ง ไล้หน้าผากเพื่อปัดเอาเหงื่อซึมๆ ออกไปเสีย ก่อนแววตาที่เต็มไปด้วยคำขอและความคาดหวังจะเหลียวกลับไปเพื่อมองแสงสลัวบนถนนยามดึกจัดจนแทบสว่างอยู่รำไร

“อย่าดื่มกับใคร….ถ้าไม่มีฉัน”

เพราะถ้าหาก…ท็อปไม่อยู่

ยุนโฮกัดฟันกรอด — /เพราะฉันเองยังติดที่สถานะ … เพราะฉะนั้น เรื่องคอยดูแล–คงไม่มีทาง/

 

อยากทำอะไร…ตามที่ใจต้องการบ้าง

แจจุงอ่า—เข้าใจฉันมั๊ย 

‘deep & high’  :END

Interview of Hyunjoong (110823 – vietnamese mag) : mentioning the close relationship among the 4D guys (credit: JYJ3)

BGM - 말로맨 and Maze (Epik High)

[ChangminxKey] Please

‘Please’

Changmin x Key

oneshot. rps/au;crossover;reunion(5!),flangst. pg-13

{ pls forgive me for no betaed }

It’s been on my mind for a while
Gotta get this off my chest

Before it’s….too late

คีย์ไม่ชอบรูปพวกนั้น…

ไม่ชอบ…เพราะในรูปนั่น–ไม่ได้มีแค่ฮยอง

ไม่ชอบ…

และรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้เห็นมัน

“อืม นั่นคีย์เหรอ…”

“อ- ครับฮยอง”

“ชางมินมีคิวช่วงเช้า ตอนนี้ก็ยังติดถ่ายอยู่เลย”

“…”

“คีย์?”

“ฮ…ครับ”

“ทำไมเงียบไป ..มีอะไรหรือเปล่า?”

This is the truth, my belief in you…

“คีย์นะ?”

“อ-อื้อ”

“เมื่อกี๊นี้ ฮยองบอก—ว่าเข้าโทรมา”

“อ-อือ”

“…?”

“…”

“คีย์?”

“ครับ”

“ฉันคง…ไม่รู้สินะ  เสร็จจากเซ็ตนี้อีกทีคงจะมืด”

“…?”

“เพราะงั้น…จะรอหรือเปล่า?”

คีย์ไม่ชอบ อะไรแบบนี้

เริ่มรู้สึกว่า …ระหว่างทั้งคู่ เรื่องมันไม่ควร–จะเป็นแบบนี้

“ที่ของฮยอง” เสียงนุ่ม ตัดสินใจเปล่งมาแผ่วเบา ”คืนนี้…เป็นที่นั่นจะได้ไหมฮะ”

I know

I’m being selfish,

“คีย์?”

“…”

“อ เอ่อ…”

/ชางมินฮะ …ทำไมฮยอง–ถึงต้องลังเล?/

“ช่วยไม่ได้แฮะ…”

อ-เอ๋?

“งั้นไวคืนนี้้เจอกัน–ที่นั่นล่ะนะ”

But in the time I’ve been wasting every day,

I’ve become corrupt like this.

คีย์ไม่ชอบ…อะไรแบบนี้

เพราะรู้สึกว่า…ยิ่งนับวัน

ความหวงแหนในตัวฮยอง ยิ่งทำให้ตน-ไม่เป็นตัวของตัวเองเหมือนอย่างตอนนี้

“อ้าว…มาแล้วหรอ เข้ามาสิคีย์”

“ยูชอนฮยอง?”

รอยยิ้มอบอุ่นกับเสียงทักทายที่หายไปนาน พี่ยูชอนดูสูงกว่าเดิม แววตาคุ้นเคยของฮยองก็มีประกายยินดีเปิดเผย ใบหน้าขาวละมุนระเรื่อนิดๆ ซึ่งคงเป็นเพราเจ้าตัวดื่มอะไรอ่อนๆ ระหว่างรอคอยเจ้าของห้องอีกสองคนกลับมาที่พัก

“ง งั้น-คงต้อง..รบกวนด้วยฮะ”

ขณะก้าวตามพี่ยูชอนเข้ามาข้างใน ก็ได้ยินเสียงแหลมคุ้นหูดังออกมาจากในห้องโถง

“อา —- คียยยย์”

“พี่จุนซู…” เจ้าของชื่อเผยยิ้มกว้าง ฟันขาวสะอาดเรียงอย่างสวยงามเมื่อก้าวไปใกล้เรื่อยๆ … ล-และมองจากตรงนี้ บนโซฟายาวมีอีกหนึ่งคนที่นั่งไขว่ห้างอย่างผ่อนคลาย โดยมีนิตยสารที่ฮยองดูโอ้ถ่ายคู่กันที่นิวยอร์กเหนือหน้าตัก

อา…

“ไง” เสียงนุ่มกว่าและเบากว่า…และคนพูดก็ อา..ในสายตาคีย์ คนๆ นี้ก็น่ามองที่สุด…และเป็นอย่างนี้อยู่เสมอมา ”ไม่เจอกันเสียนานเลยนะคีย์”

หลังจากที่ไม่มีโอกาสได้พบกันเลย คราวนี้พี่แจจุงสวมทีเชิ้ตสีโอโรสขนาดพอดีกับรูปร่าง.. สีของมันกับผิวขาวนวลของเจ้าตัวทำให้ความเจิดจ้าและโดดเด่นที่มากมายบนใบหน้านั้น ดูอ่อนโยนและซอฟท์ลงอย่างประหลาด

อ..เอ่อ  ”ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

คีย์ก้มลง …ตอนโพล่งออกไป ลำตัวเล็กๆ ก็โค้งโน้มไปข้างหน้า

สองมือข้างตัวกำไว้หลวมๆ … เสียงสั่นนิดๆ ทำเอาพี่ๆ สามคนตรงนั้นพากันงงงุนกับท่าทางนั้นของผู้มาเยือน

กรึ่ก

ตึ่ก …ตึ่ก ตึ่ก

แปะ ….อา

“เพราะว่าวันนี้ – จะมีมีทติ้งกับพวกฮยอง” มือใหญ่ๆ แตะลงมา ก่อนขยี้ลงบนเรือนผมซ้ำๆ ช้าๆ  ”เพราะฉะนั้น…ไม่ต้องขอโทษ” หึ..หึ ”….คีย์มาที่นี่ ก็ดีแล้วล่ะ”

ชางมิน–ฮยอง

“นั่งลง นั่งลง” ตอนพี่จุนซูกวักมือเรียก พี่ยูชอนที่ยังยิ้มให้ก็ค่อยๆ ขยับกายห่างออกเขา … คีย์มอง และพอจะเข้าใจว่ายูชอนฮยองเสนอที่ว่างตรงนั้นให้กับแขกของบ้าน

“ไปสิคีย์” ข้างหูแผ่วๆ ชางมินฮยองโน้มลงมากระซิบเบาๆ

“พวกเราดงบัง…ยินดีต้อนรับ!”  แจจุงฮยองเอ่ยขึ้นดังๆ …แล้วต่อจากนั้นพี่ยุนโฮที่ยืนมองอยู่ก็รีบหย่อนกายนั่งลงข้างๆ

“แจจุงอ่า ไหนล่ะ…ของฝาก” เสียงของลีดเดอร์เปลี่ยนจากกังวาน เป็นงอดเง้าเอาแต่ใจ

“ฮ …ฮรึ่ม”  พี่ยูชอนทำเสียงกระแอม ส่วนชางมินฮยองเบือนสายตามองไปที่คีย์ก่อนพยักหน้า … สัญญาณเหล่านั้นราวฮยองกำลังบอกว่า…อย่ารู้สึกเหมือนกับตัวเองมาเป็นส่วนเกิน ..อย่าได้รู้สึกอึดอัดอะไร

คีย์หลบสายตา เมื่อที่ผงกศีรษะรับ … แล้วฮยองก็ยิ้มให้ พลางขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า …

ชางมินฮยองมักเงียบเสมอ ต-แต่เมื่อครู่ … เอ่อ-รอยยิ้มนั่น มันทำให้คีย์ใจเต้นรัว ..

.และไม่รู้สิ   — มันอาจเป็นเพราะว่า…นี่คือครั้งแรก

ครั้งแรกที่ตนได้มาที่นี่

และเป็นครั้งแรก…ที่ฮยองเออออตามคำร้องขอของคีย์

“ตามไปสิ”

“อ เอ๋”

“ชางมินเค้า–อาบน้ำนานน่ะ” พี่แจจุงแตะไหล่เบาๆ แล้วบอกอีกว่า ”ขืนรออยู่ตรงนี้ กลัวว่านานไป–คีย์จะพลอยเบื่อพวกเราไปซะก่อน”

“ม-”

“ไปเถอะ ตามหมอนั่นไปน่ะดีแล้ว” ไม่ทันพูดอะไรออกมา พี่ยุนโฮก็รีบเอ่ยเสริม ”มีอะไรจะคุยกัน..ไม่ใช่หรือ” ความอ่อนโยนของเสียงนั้นเอง กับแววตาเข้าอกเข้าใจของพวกพี่ๆ ที่มีต่อคีย์และน้องสุดท้องของพวกเขา…มันช่างเต็มเปี่ยมและอบอุ่นอย่างนี้–นี่เอง

“นานๆ …จะเจอกันที” พี่จุนซูพูดขึ้นบ้าง ”ยิ้มสิ–อย่าทำหน้ากังวลอย่างนั้น” เขายื่นมือมา แล้วนิ้วเรียวๆ ของพี่จุนซูก็บีบเบาๆ ที่ปลายจมูกโด่งของเขา

“หึหึ” ทั้งสี่คนยิ้มและหัวเราะอย่างผ่อนคลาย ทุกคนตรงนี้ ดูเหมือนว่าจะพยายามบอกกับตนเป็นนัยๆ ว่าการมาเยือนเป็นเรื่องที่น่ายินดี ..และการได้อยู่ตามลำพังกับพี่ชางมิน…ก็เป็นอะไร–ที่เข้าใจได้

“อ-เอ่อ เข้าใจแล้วครับ”

***

You’re the only one my restless mind can trust.

“ฮัลโหล…มินโฮ!—ว่าไง ไม่ได้คุยกันซะนาน”

ชางมินฮยองยังคงห่อตัวของเขาด้วยผ้าขนหนูผืนหนาและยาว และดูเหมือนว่าตัวเปล่าๆ ของฮยองยังถูกมันปิดป้องอยู่อย่างไม่เรียบร้อยเท่าไหร่ ตอนรับสายและทักทายกับอีกฝ่ายด้วยสุ้มเสียงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

หมับ..

อ–!!

“ฮยอง”

“ค…”   /คีย์?/

คีย์น่ะ…บางครั้งก็อยากให้อีกคนรับรู้

คนที่อยู่ข้างฮยอง — คนที่กอด…ชางมินฮยอง

เขาคือคนนั้น …ที่อยู่ตรงนี้

“ฮยองฮะ?” เสียงปลายสายถามขึ้น เพราะบทสนทนาที่อยู่ๆ ก็ขาดหาย

“มินโฮ …ฉัน -เอ่อ ต้องไปแล้ว –”

มือถือของเจ้าของห้องถูกมือเล็กแย่งคว้าเอามา ก่อนตัดสายทิ้งไปโดยพละการ

“ชางมินอา”  เสียงนุ่มแหบลง แววตาปวดร้าว …หากมองดีๆ แววตาคู่นี้ก็ลุกโชนไปด้วยความปรารถนา

“คีย์?”

ผ้าขนหนูร่วงหล่นลง มือขาวจัดของอีกคนจับมือของนักร้องรุ่นพี่ …

“ได้โปรด–ฮยอง” มือหนารับรู้ถึงความโป่งนูนผ่านเนื้อยีนส์นุ่มของคนร่างบาง ”อ….ช–ชางมินชี่”

/ความต้องการ…ข-ของคีย์/

โปรดมองแต่ผม…

ได้โปรด…มองแต่คีย์

ดวงหน้าแดงเรื่อราวคนจับไข้ หัวใจเต้นแรงราวจะระเบิดออกมาตรงนี้

“ได้โปรด…อะไรหรือ?” ขณะที่ถามฮยองก็ค่อยๆ เลื่อนซิปนั้นลง เรียวปากนุ่มกดบนปากสั่นอย่างห้ามปรามเอาไว้ไม่่ไหว ”อยากให้ทำ–อะไรหรือคีย์?”

***

Even if you die, please don’t leave me

“ลืมตาสิ”

“ช-ชางมิน..อ—ฮ อา าา ฮยอง”

“ไม่ว่ายังไง…จะ–อยู่ตรงนี้”

แผงอกท่วมเหงื่อ … ความแข็งแกร่งของฮยองขยับเข้าออก … ท-ทรมาน จนผนังของร่างบางที่โอบรัดต้องเรียกร้องให้คนข้างบนเร่งจังหวะ

“ช ช่วย…ฮยอง  ช่วยที”

เสียงสั่น .. ลำกายเสียวซ่าน

เพราะเป็นฮยอง?

หรือเพราะว่าเรา…ไม่อาจเปิดเผยความสัมพันธ์นี้

ฮ..อา อืออ อืออ

“ฉันน่ะ…เป็นของคีย์” มือหนายึดสะโพกที่เคลื่อนไหวราวร้องขอ ..แล้วฮยองก็ขยับออก ก่อนสอดลึกด้วยความรุนแรงที่ไม่อาจรั้ง ”ของคีย์…คนเดียวเท่านั้น”

อ้ะ….อ๊าาา

ที่คีย์ต้องการ…คือเป็นคนเดียว-คนที่ถูกกอดและถูกบอกรักโดยคนๆ นี้

อยากให้ฮยอง…มองมา—ที่คีย์

โปรดมอง–แค่คีย์

Please look, ….only at me

“อ…อืออ ชางมินอาาา”

- end -

-Theme song: Look only at me – S.O.L

-All pix credit .tumblr

[oneshot] A Peaceful Sleep

a peachful sleep

yunxjae. snippet.  rps;waff . pg-13

 

Time line( aug. 2011):

JJ = ระหว่างถ่ายดราม่า ‘Protect the Boss’ และได้ compose OST. ‘I’ll Protect You’.

YH = going back & forth from KR to JP for promoting new Japenese album.

Note: no consequent, no beta-ed, one time re-read.  one waste story.

 

peachful sleep

I can’t give you to anyone else’s arms,

my heart cannot let you go… why?

‘ I will protect You’ ; Jaejoong

 

 

นิ้วเย็นๆ ยังไล้เรือนผมนุ่มที่ในตอนนี้ได้ถูกผู้เป็นเจ้าของเปลี่ยนมันจากสีเดิมเป็นดำขลับ ซึ่งก็ทั้งรับและตัดกับผิวขาวจัดของวงหน้า

ความอ่อนนุ่มของเส้นผมแต่ละเส้น คลาเคล้ากับกลิ่นบางๆ ของแชมพูและเจลอาบน้ำกลิ่นอ่อนๆ.. ทำเอาคนมาเยือนที่ยังคงไล้ปลายนิ้วสัมผัสมันอย่างเลื่อนลอยตามความยาวอ่อนของเส้นไหม .. ร่างสูงใหญ่ในตอนนี้ หลังจากที่ใช้กุญแจสำรอง โดยคนเป็นเจ้าของห้องที่หลับไปแล้ว ก่อนจะได้ทันทักทายและพบเขา–จัดแจงแกมบังคับให้เขาเก็บไว้  .. เขาค่อยๆ เปิดประตู ก้าวผ่านห้องรับแขกตรงมายังห้องนอนอย่างเงียบเบา.. และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหลับไปก่อน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจวางเป้สะพายลง จากนั้นก็จัดแจงชำระร่างกาย จนกระทั่งในที่สุด..ก็ทอดตัวลง—เอนนอนเหยียดยาวอยู่เคียงข้าง

 

หรืออาจเป็นเพราะกลิ่นชาวเวอร์เซต ในห้องน้ำที่แจจุงคงเพิ่งเปลี่ยนมาทดลองใช้   

เขากดหว่างคิ้วกลายๆ พลางนึกตาม –  ไม่มั่นใจ …   

 

คงงั้นมั้ง เพราะล่าสุดครั้งสุดท้ายที่เขามาหา ..ก็ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ – รู้สึกกลิ่นแชมพูและครีมอาบน้ำ ..ตอนนั้นยังเป็นสตรอเบอร์รี่อยู่เลยหนิ่นะ ?

อย่างไรก็ตาม .. ร่างใหญ่ในเวลานี้ ก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะนึกทวน .. รู้เพียงแค่ว่า ความอ่อนนุ่มอันผสมอยู่ในกลิ่นพีช ทำให้ตนต้องสูดอากาศที่รายรอบเข้าไปเรื่อยช้า

อา… กลิ่นอ่อน หอมบาง  

และมันก็  

— ช่างผ่อนคลาย

ครู่ต่อมา เมื่อรู้สึกเหมือนกับว่าอีกฝ่ายที่หลับไหลอยู่ข้างกันจะค่อยๆ ขยับตัว .. เขามองเห็นแพรลื่นๆ ของผ้าห่มค่อยๆ เลื่อนมาปัดป่ายบนใบหน้า .. อดีตลีดเดอร์จึงยื่นมืออีกข้างหนึ่งหยิบปลายผ้าออก

 

วงหน้าขาวกระจ่าง… 

แค่มอง – ไม่ต้องสัมผัส .. มันกลับให้ความรู้สึกนุ่มนิ่มประหลาด 

ร่างยาวหลับตาช้า .. ปล่อยให้ตัวเองได้มีเวลาจินตนาการ ครู่เดียว..เปลือกตาทั้งคู่ก็คลี่ออกจากกันอีกครั้ง … เขามองดวงหน้าที่หลับลึกใกล้กันตรงข้าม..แกมกึ่งพิจารณา  

 

นี่ก็เหมือนกัน— ความอิ่มอวบที่มักแดงเรื่อ ปากคู่นี้ของแจจุง …  จมูกโด่งที่เชิดขึ้น ทุกส่วนประกอบ—ราวหลอกหลอนเขา

ชวนเชิญเขา..แม้ว่า–ในยามหลับ

ผ่านหู… เขายังได้ยินจังหวะเบาเบาผ่านเฮดเซตที่ลอดมาของเสียงดนตรี …

และเสียงนี้… อืมมม เวลาผ่านไป—ความนุ่มละไมในเนื้อเสียง ยังรื่นติดในหู

อยากได้ยินอีก – อยากฟัง…ซ้ำๆ

แต่แล้วเจ้าของร่างยาวก็ต้องถอนใจ เมื่อตัดสินใจยื่นมือออกจากตัว …เขาค่อยๆ วางปลายนิ้วบนสายเส้นเล็กๆ สีขาว ..ระมัดระวัง เมื่อต้องขยับร่างให้ห่างจากอีกฝ่ายอีกหน่อยหนึ่ง เพื่อที่จะหยิบเอาอุปกรณ์ออกจากหูของแจจุงได้ถนัด ชายหนุ่มรวบมันมาแล้วยืดแขนออก จากนั้นก็ค่อยพลิกตัว ก่อนวางไอพอดลงเบาค่อยบนไนท์แสตน(night stand)ข้างเตียงอีกฝั่ง

ตอนที่ยุนโฮขยับตัว … ศีรษะของแจจุงก็ขยับลงตามความบุ๋มของฟูกนอน

จากนั้น.. เมื่อเขาขยับกายและนอนลงที่ตำแหน่งเดิม ลำตัวเล็กกว่าก็เริ่มเคลื่อนไหว ราวร่างไร้สติต้องการซุกหาความอบอุ่นที่เพิ่งขยับห่าง

อืออมม 

เสียงเครือบางๆ ที่เปล่งออกมา ..

ลมหายใจแผ่วผ่านของคนในห้วงนิทรามีความหอมอ่อนของผลพีชอยู่แนบน้อย

คนที่เฝ้ามองเผยยิ้มมุมปากอย่างอ่อนโยนและรักใคร่ ยิ่งเมื่อร่างของอดีตแบนด์เมทขยับตามมา เพื่อค้นหาความอุ่นที่คุ้นเคยจากลำตัวที่ทั้งหนาและแกร่งกว่าของเขา

จนกระทั่ง…เมื่อคนสองคนบนเตียงนี้ กอดคลอแนบชิดราวต่างฝ่ายไม่ต้องการเว้นช่องว่าง ไม่ว่าจะมากน้อยสักแค่ไหน–ให้มาคั่นกลางระหว่างเรา..

จมูกยาวๆ เริ่มรดระดับลง .. แขนแข็งแรงของคนมาเยือนฉุดรั้งร่างบางซึ่งยังนอนคว่ำ เขาจะรวบเอาแขนของใครคนนั้นมาโอบร่างของตนที่ใหญ่กว่า

เวลานี้ –ที่คงดึกมากจนเกือบสว่าง ..  

บนเตียงกว้างสีขาว .. ยุนโฮเริ่มหาว แล้วเปลือกตาบนที่หนักขึ้นเป็นระยะก็ค่อยโน้มลง กระทั่งแนบหาขอบตาล่างที่ดูเริ่มแดงและมีรอยช้ำ

อืออ 

ไม่รู้ว่าเพราะกลิ่นพีชอ่อนๆ หรือเจ้าของเตียงที่ดูท่าน่าจะอดนอนมาเป็นเวลาติดต่อกันนาน  ที่ทำให้เขา…หลังจากอาบน้ำและล้มกายลงบนฟูกนี้ ไม่นานเท่าไหร่..ก็สามารถหลับตานอน … อุ่นสบาย –อยู่เคียงกัน

ทุกครั้ง – เขาหายเหนื่อย…

รู้สึกราวกับ…การได้กลับมายังที่แห่งนี้ คือจุดหมายเดียวสำหรับตัวเขา  — ที่มุ่งจะมา…โดยไม่ขอแลกกับที่ใดอีกทั้งนั้น

ยุนโฮหลับลงแล้ว … ขณะร่างบางที่ยังไร้สติขยับกายเบียดใกล้กับเขาอีกนิด

แจจุงเลื่อนกายกระชับอ้อมกอด ร่างเล็กกว่ากำลังคุดคู้ ซุกตัวเข้าหาเขา

จมูกโด่งเป็นสันยาวยกขึ้นนิดเดียว เมื่อเจ้าของร่างค่อยเชิดวงหน้า มันดูคล้ายกับเจ้าของจมูกกำลังแทรกซอนหากลิ่นบางๆ จากซอกคอเขา

ยิ่งใกล้เท่าไหร่ .. เจ้าของห้องยิ่งสูดหายใจยาว

อืออ

นี่มัน..กลิ่นอ่อนๆ ของชาวเวอร์เจล .. หรือกลิ่นเฉพาะที่ให้ความอุ่นทะมัดทะแมงและแสนคุ้นเคย  

…กลิ่นกายกรุ่นๆ .. เบาบาง

อา… มันช่าง –คล้ายกับ 

ในความฝัน…ยามที่ทั้งคู่ต่างก็หลับไหล

อือออ 

จมูกขาวซุกไซร้ … แจจุงขดกาย สูดกลิ่นพีชเจือจาง ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีกลิ่นอ่อนๆ และคุ้นเคยของคนรักผสมผสาน

ขณะหลับไหล..

ดึกคืนนี้– เจ้าของห้องกลับผุดยิ้มน้อยอย่างชุ่มหัวใจ…

ฝันของแจจุง…

มีจี้จี้นอนขดตัวอยู่ปลายเตียงนี้

มีผ้าแพรที่ปิดคลุมร่างที่เปล่าเปลือยของตนไว้

ในห้องนอน ..

ยังมีกลิ่นอ่อนๆ ของพีชละอวล-ระบาย

 

มีเพลงนี้ …  

มีใครบางคน 

..ที่โอบกอดร่างขาวและเปลือยเปล่าใต้ผ้าแพร—กระชับไว้

อา–

ถึงแม้ว่า…จะเป็นแค่ฝัน?

แต่ทำไม – รู้สึกราว…ถูกสัมผัสด้วยอ้อมแขนที่แข็งแกร่งและอ่อนโยนอยู่อย่างนั้น?

ราวกับว่า  …ยุนโฮกำลังกอดฉัน

ราวกับความอุ่นและกลิ่นกรุ่นนี้ …

เราสองคนกำลังหลับไหล — อยู่ภายใต้ผ้าห่มเดียวกัน?

อืออมม …

ใต้ซอกเขา..แจจุงเชิดวงหน้า

ยุนโฮโน้มศีรษะลงมา … จมูกโด่งของทั้งคู่ค่อยๆ แตะกัน

แจจุงในอ้อมกอดเขา …

ให้ทั้งความอุ่น..และหอมบางๆ

 

ผ่อนคลายเหลือเกิน..

ปากบางเฉียบไล้แผ่วพานปากอิ่ม…

อ—อา 

 

บางเบา .. วูบไหว 

 

/อย่าห่าง .. ได้โปรด – อย่าเพิ่งไป/

แค่ฝัน…ก็ได้

ยุนอา… “รัก–ฉัน”

‘A peachful sleep’ :END

 

 

 

 


…..

O peachful here is a pun of peaceful.

O ‘love me’  here .. is  please,  ‘make love to me’

O have a warm and fluffy sleep tonight all my ladies ~

[oneshot] How Much I Miss*

how much i miss*

yunxjae {rps}

oneshot . r*.  romance,waff

Timeline: after JYJ World Tour Concert in BKK, the hyung-duel met each other secretly at the taller man’s apartment.

ผมที่เริ่มยาวถูกรวบเอาไว้เป็นหางเล็กๆ ตรงราวท้ายทอย … จมูกโด่งเรียวแหลมจรดลงบนโต๊ะอ่านหนังสือ ถัดไปฝั่งซ้ายมือจากหัวเตียงขนาดกว้าง

แผงขนตาที่ไม่เคลื่อนไหว คิ้วได้รูปหยักโค้ง กับมุมปากที่แม้ในยามหลับ–กลับดูราวมียิ้มน้อยติดอยู่เจือจาง…

คนยืนมอง…คิดถึงภาพนี้

อยากมอง…แม้ต้องแลกกับเวลาเพียงน้อยนิดที่พอจะมี

เพื่อที่จะมอง—…และซึมซับมัน

ฮ้าว ร่างยาวปล่อยหาวหวอด ขยับตัวเล็กน้อยก่อนหรี่ลืมตา  “ออ้าว–กลับมาแล้วหรือ”

เสียงยังงัวเงีย ขอบตาทั้งคู่ยังมีรอยคล้ำอยู่

“อือ”

“แจจุงอ่า — มาถึงแล้ว ก็น่าจะรีบปลุกฉัน”

ร่างใหญ่ยกหลังมือขึ้นยีเปลือกตาขณะทำท่าลุกจากเก้าอี้ … คนมาเยือนยังมองดูเขาที่เมื่อลุกจากที่ตรงนั้น ยุนโฮที่ยังไม่ก้าว ยกนิ้วเรียวยาวนวดต้นคอตัวเองเบาๆ ราวการกระทำดังกล่าวจะช่วยเรียกเอาสติที่หายไปกลับมาคืนร่าง

ยุนโฮผมยาวขึ้น …

และยุนโฮ –คงเหนื่อยมากขึ้น

แววตาที่มองมา เมื่อเห็นภาพนั้น–ก็อดไม่ได้ที่จะไม่คิด

คนพูดก้าวตรงมาในห้อง บอกอีกคนตอนเอื้อมมือไปล็อคประตู “นอนต่อเถอะ” พูดจบ มือขาวจัดถึงถอดแจ็กเกตหนังสีดำที่คลุมร่างออก … แจจุงเดินเรื่อยมาจากประตูยังเตียงนอน ร่างผอมกว่าเดิมเริ่มหย่อนนั่งลงบนฟูก…อ่อนล้า

เจ้าของห้องพัก ยังหยุดยืน.. ยุนโฮยังมองคนมาเยือน–อยู่อย่างนั้น

แจจุงคงยังเหนื่อยกับทัวร์และการเดินทาง 

ผ่านสายตาที่มอง … ตอนนี้เขาเห็นเจ้าตัวหย่อนสะโพกลงบนเตียง…แจจุงโน้มตัวเล็กน้อยเมื่อจัดการเอารองเท้าบู้ตออกจากเท้า

จากนั้น… สองขายาวก็ค่อยยกขึ้น ร่างกายผอมบางกึ่งนอนกึ่งนั่งตอนมือขาวสองข้างเอื้อมมาคลายเข็มขัดหนัง…เอวคอดขยับกระเพื่อมขึ้นหน่อยเดียว ในที่สุดเบลท์เส้นยาวก็ถูกดึงออกไปตาม …

บนเตียงตอนนี้…คือแจจุงที่สวมยีนส์และเสื้อลายขวางเทาสสลับดำแขนกุด — ร่างของอดีตผู้ร่วมวงค่อยเอนกายลงนอนหงาย … มือขาวจัดยังง่วนเมื่อยกกายท่อนล่างเพื่อกำจัดยีนส์ออกไป … เสร็จสรรพก็เอียงกาย เบือนหน้ามาหา

“ยืนอยู่ตรงนั้น หรือว่าจะขึ้นมานอนต่อ–บนนี้ด้วยกัน

ร่างสูงเลิกคิ้ว หากก็ไม่วายปล่อยหาวน้อยๆ … ลีดเดอร์ของอีกวงทำครางเสียงอ่อยก่อนตัดสินใจสาวก้าว …เมื่อมาถึงเตียงที่มีอีกคนเอนกายอยู่แล้ว ..ก็ทิ้งตัวยาวนอนลงข้างๆ

“นอนต่ออีกหน่อย..น่าจะดี” ยุนโฮพึมพัม … เปลือกตาปิดลง สูดอากาศคุ้นเคยเข้าไป..เชื่องช้า

ทันทีที่ถึงแอร์พอร์ท…

แจจุงคง—รีบมุ่งตรงมาที่นี่

“แจอา”

“หือม์”

“คืนนี้…อยู่กับฉันนะ

~~~

ในฐานะเพื่อนสนิทและคนรัก

เราสองคน —นับวัน..ก็ยิ่งอยู่ห่าง

เขา…ที่หลับไปแล้วก่อนหน้านี้ —ถึงจะอยากต่อนอนอีกนิด แต่มัน… ไม่รู้สิ

เวลาที่มีแจจุงอยู่ด้วยกันอย่างนี้ —ยุนโฮมองไม่เห็นวิธีที่จะสามารถจัดการกับตัวเอง…เขาไม่อาจหลับตาลง–ได้สักครั้ง

ดวงตาทั้งคู่ เพราะไม่อาจละมันออกมาจากอีกคน …

ยุนโฮมองแจจุงที่หลับตาพริ้ม มองสีแดงประกายทองของกลุ่มผมที่กระจายอยู่บนหมอน … ใบหน้าที่แม้จะคงยังเหนื่อยอ่อน —หากก็…ผ่อนคลายเหลือเกิน  “หึหึ..หลับสนิทเลยสินะ”

มือหนาล้วงล้ำไปภายใต้เสื้อ … อากาศที่ไม่เย็นนัก คงอำนวยให้ร่างบางหลับลึกกว่าเดิม .. เขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ไม่สามารถหยุดสัมผัสความนุ่มเนียนภายใต้ฝ่ามือ ..ยุนโฮกลืนน้ำลายลงคอ — ปล่อยความหนักหน่วงของลมหายใจอุ่นอ้าว

อ อืออ เสียงเครือเบาหลุดตามมาเมื่อเสื้อยืดของตนถูกเลิกขึ้น ร่างขาวผ่องยังมีอิทธิพลเหนือเขามากมาย …  ยุนโฮโน้มใบหน้ามองจูบแผ่วเบา แผ่นท้องเปลือยเปล่า…สะท้านไหว

“ยูโน-อา”

ร่างหนายิ้มรับ … พอใจที่รับรู้ว่าแม้จะยังไม่ได้สติ แต่แจจุงยังเผลอเรียกชื่อตน เพราะอะไรหรือ?… อา ก็เพราะเขาคงวนเวียนอยู่ในความคิด… เพราะแจจุงน่ะ…คงเฝ้ารอและอยากได้สัมผัสจากตนอย่างท่วมท้น-ไม่ต่างกัน … ยุนโฮค่อยเงยหน้า พาลำตัวหนาและซุกใบหน้าตรงซอกคอของคนรัก

“แจจุงอา” เขาเรียกชื่อนั้นด้วยเสียงพร่าต่ำข้างๆ หู “หลับนานไปแล้วนะ”

ยุนโฮเลียขอบบางๆ ของใบหูข้าวนั้นจนมันเริ่มเป็นสีระเรื่อ … ปลายลิ้นเปียกชื้นได้รับเอาความหอมกรุ่นและความอุ่นที่แผ่กระจาย…แจจุงสะท้านและขยับใบหน้าเข้าหา “อ อืออมม…ยุนโฮอา” แขนบางลากขึ้นมาเพื่อยึดร่างหนายุนโฮ เปลือกตาขยับออก…เผยให้เห็นความต้องการจากดวงตากลมโต

“ขอนอนต่อ..อีกนิดเดียว ก็ไม่ได้?”

~~~

อ๊ะ อา   

— ร่างเล็กกว่าช่วยเหลืออีกคนโดยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย แล้วแจจุงก็เริ่มหายใจขัด หลับตาลงเพราะความหวามหวิวและสัญชาตญาณ … ผิวเนื้อร้อนฉ่าตอบสนองมือหนาที่เลื่อนมาสัมผัสเนินสะโพก .. จมูกยาวของยุนโฮซอกซอนอยู่ตรงซอกคอก่อนแลกความหอมหวานด้วยลิ้นกระหาย มือหนาตะโบมลูบไล้ให้สัมผัสที่หนักหน่วงขึ้นเป็นระยะ

“คิดถึง” ยุนโฮบอก

“อ อืออ” แจจุงครางรับ

ร่างเล็กเริ่มเบียดร่างแนบหาเขา … ดวงตาแห่งปรารถนาจ้องวาว ร่างบางยื่นปลายลิ้นเพื่อร้องขอการตอบโต้ ”อืออ อืมม”

มันยังคงเป็นรสชาติที่หวานประหลาด .. ยังคงเป็นรสชาติที่สร้างความวูบวาบ ให้หัวใจเต้นแรงได้เสมอ ..  “ย ยุนโฮ” แจจุงเรียกเขา … เปิดปากอ้ารับการแทรกสอดของเรียวลิ้น ทั้งคู่เกี่ยวกระหวัด .. ลึกล้ำ

— เพราะทุกครั้ง..ที่ถูกบอกว่า*คิดถึง*  …

ดวงตาของยุนโฮจะเปลี่ยนเป็นดำสนิท …

“คิดถึง ..คแค่ไหน”

คำพูดตะกุก ตะกัก … มือขาวเย็นเยียบคว้าจับมือหนาของอีกคน …. นำพามันให้สัมผัสความอุ่นร้อนที่ตื่นตัวอยู่ภายใต้บ๊อกเซอร์ … “มมาก…เท่านี้มั๊ย?”

อืออ – ยุนโฮครางก้อง …. แม้รู้ดีว่าระหว่างคนทั้งสอง –ในทุกครั้ง ไม่ต้องการคำพูดใดให้วุ่นวาย…

ร่างกำยำมองปากแดงเรื่อที่เผยอออกจากกัน ยุนโฮมองความแห้งกรอบของเปลือกปากที่สั่นระริก – หัวใจเขาเต้นหนัก เมื่อมองเห็นดวงตาคู่ตรงข้ามมองจ้องเขาอย่างชวนเชิญและท้าทาย …

“มไม่ หรอกหรือ..?” เสียงไพเราะกระตุ้นถามเขาอีกครั้ง

ชายหนุ่มต้องใช้ปลายลิ้นเลียปากล่างของตนอดทน.. พลางเลื่อนมืออีกข้างลงต่ำ ยุนโฮเคลื่อนไหวมัน แทรกผ่านกางเกงขาสั้นของคนข้างล่าง ก่อนลูบมันแผ่วเมื่อพบความแข็งชันอันแสนอ่อนไหว…

“ไม่รู้สิ…แค่ไหนหรือ?” เสียงเครือเย้าแหย่ สายตาคมกริบเอ่ยถามแจจุง … ผสานแววตาแนบแน่นกับร่างบางที่รอคอยเขาอย่างหมดหัวใจ

กางเกงนอนที่ยังสวมมันไว้ตั้งแต่เมื่อคืน …บัดนี้ ยุนโฮปลดมันลงต่ำพอประมาณ …

แจจุงหน้าแดงขึ้นแล้ว? เขารู้ว่า อีกไม่นานสิ่งนี้จะมาถึง … มือหนาของอดีตลีดเดอร์ไล้วน มอบสัมผัสให้วาบหวิวให้อีกคนอย่างรู้งาน

บนเตียงขนาดใหญ่ ยุนโฮยกกายขึ้นอีกนิด …เขาเริ่มปล่อยแท่งอุ่นๆ ของคนรัก …แจจุงมองอย่างร้องขอ ดวงตากลมโตมองไปที่สะโพกแน่น กล้ามเนื้อเป็นมัดแกร่ง

ลและ… อ อา

“ไม่รู้เหมือนกัน..ว่ามันมากแค่ไหน” เสี้ยวหน้าจริงจังมองลึกลงไปในดวงตาของคนมาเยือน ยุนโฮก้มหน้าลง ปฏิกิริยาของแจจุงต่อสิ่งที่เห็น ทำให้เขาต้องเอ่ยเสียงพร่า

“แต่นี่คง…ตอบคำถามได้?

ขนาดของความเป็นชายที่ใหญ่ขึ้น .. คำตอบของคำถามที่ดูเหมือนยังไม่หยุดขยายตัว … ร่างภายใต้จับจ้องมันราวถูกมนต์สะกด … ลิ้นเล็กไล้ปากอิ่มของตัวเองอย่างร้อนรน กวาดตามองคนข้างบน …ไม่อยากรออีกต่อไป

“ออืออม … ยุนโฮอา”

ปลายแท่งรักของยุนโฮมีน้ำเหลวหนืด …ท ทั้งที่แจจุงยังไม่ได้สัมผัสมันเลยด้วยซ้ำ

จังหวะเร่งเร้า …ยุนโฮขยับลึก

แจจุงโอบรัดแน่น …มือขาว สั่นสะท้าน..กำลังกอดกุมช่วยเหลือตัวเอง

/แจจุง … อา—พระเจ้า/

ลิ้นหนาแทรกเข้าไปในโพลงปากร้อน ยุนโฮปลดมือสั่นไหว…แทนที่ด้วยมือของตน พลางบุกรุกช่องทางข้างล่างด้วยความต้องการของตัวเองอย่างร้อนแรงและลืมตัว

“ไม่รู้สิ…ว่าแค่ไหน—ที่คิดถึง” เสียงแหบเครือ แทบอยากตะโกนออกมา

ทำนองแห่งรัก ดำเนินเนิ่นนาน …มันทั้งหนักหน่วงและแสนเต็มตื้น

“แจจุง…”

ปากอิ่มช้ำก่อนมันจะเริ่มขยับ.. นัยน์ตาพร่าเลือนมองยุนโฮที่สอดล้ำแทรกกายตนครั้งแล้วครั้งเล่า

อ อืออ  

แจจุงกัดริมฝีปาก ครางลั่น… ร่างกายสั่นสะท้าน

 

อืออม อื๊ออ

จุมพิตแผ่วบนตุ่มไตจากขวา ไปซ้าย …. “อา…คิดถึง” … ร่างกายอ่อนแรงวูบวาบอย่างช่วยไม่ได้เมื่อได้ยินคำพูดเดิมอย่างซื่อตรงของอีกคน

“อ อือ –ยุนโนอา” ….

~~~

“พวกเรา…เจอกันบ่อยกว่านี้ ..ดีมั๊ย”

เขาหมดแรง หอบสะท้านอยู่บนร่างของฟัง

แจจุงเงียบ? จนกระทั่งร่างใหญ่ต้องฝืนกายและเงยหน้ามองเพื่อขอคำตอบ …

ดวงหน้าขาวจัดมองเขา … เหงื่อพราวพร่างหน้าผาก และ อา..รอยยิ้มที่มุมปากยิ่งขับให้ใบหน้านั้นยิ่งดูงดงาม

“บอกก่อน …

คิดถึงแค่ไหน

—–

‘how much I miss’ :END

Music: Need to Be Next to You – Leigh Nash

…..

(1) still hate my writing these days *sign helplessly* YY

(2) dear all thankful readers “Happy Songkran Festival ne ” ^^

[oneshot] Everytime

every time

yunxjae {rps}

oneshot/r!sh/fluff,slight angst

แจจุงวางสมุดโน้ตเล่มนั้นลงบนโต๊ะ คว่ำมันไว้อย่างเบามือข้างๆ กัน ก่อนจะวางปลายคางที่เริ่มปรากฏรอยช้ำลงไปตาม …

ดวงตาสีดำสนิทยังหยุดอยู่ที่สมุดเล่มเล็ก ร่างในเสื้อเชิ้ตกับกางเกงขาสั้นกุด ที่ดูราวกับยังติดอยู่ในห้วงความคิด ค่อยๆ เอนกายให้โน้มลงบนโต๊ะไม้ผิวเรียบด้านหน้า

แล้วต่อจากนั้น เปลือกตาที่คล้ำน้อยก็ค่อยๆ ปิดลงมาจนแนบสนิท ขณะเดียวกันเจ้าตัวก็เหยียดแขนข้างหนึ่งเพื่อยืดมันออกไป ปล่อยให้พื้นโต๊ะขนาดใหญ่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนัก

2011-01-01 – ไม่ได้รับสาย

2011-01-03 –โทรกลับ…ยังไม่ได้

2011-01-04 – อีกครั้ง ..และอยากโทรหา

แขนข้างซ้ายที่เหยียดยาว อำนวยให้เจ้าตัววางใบหน้าไว้ได้อย่างเหมาะเจาะ ครั้นเมื่อศีรษะได้รูปถูกเลื่อนลงมาและวางทับท่อนแขนนั้น

“ฮยองไม่เคยเลิกโน้ต”

คนหลับตาได้ยินเสียงของอีกคนชัดเจน นี่คือเสียงที่ระยะหลังมานี้ เขาเองก็ไม่ค่อยมีได้ยินมัน ..เสียงของ –ผู้ซึ่ง เป็นหนึ่งในฐานะผู้อาศัยอพาร์ตเม้นท์ขนาดกว้างและมีสองห้องนอนแห่งนี้

“ทุกครั้งที่เบอร์นี้โทรมา” คนพูดที่อายุน้อยกว่าบอกพลางถอนใจเปิดเผย “ยุนโฮฮยอง …ถึงแม้ไม่ได้โทรกลับไปหา –แต่ก็…จะจดไว้”

มือถือทุกเครื่อง ..มีความสามารถในการบันทึกและจดจำเบอร์ 

ยุนโฮ…ไม่โง่ 

เพียงแต่…เบอร์นี้ จะให้ใครมาเห็นและรู้เข้าไม่ได้ 

“ก็แค่…โทรกลับมา” คำพูด ยังตัดพ้อ

“ช่วงนั้น…พวกเรายุ่งวุ่นวาย นอกจากต้องฝึกซ้อม ยังต้องมีตติ้งตลอด”

“นั่น..สินะ” คนพูดนึกออก เขารู้และเข้าใจสภาพนั้นดี

“ต้องไปญี่ปุ่น ใช่มั้ยครับ…วันพรุ่งนี้”

“อ-อืม”

“งั้นพวกพี่”

“?”

“จะอยู่ลา..กันต่อก็ได้”

ทุกครั้ง…หากชางมินต้องไปค้างที่อพาร์ทเมนท์ของตนแทน 

แจจุง…ไม่ได้เป็นขอ

น้องเล็กของพวกเขา…เป็นผู้ใหญ่พอ และรู้ว่า—เวลาเพียงแค่ข้ามคืนกับคนบางคู่มันมีค่า มากกว่าการอยู่ด้วยกันตลอดเวลา—แต่ไม่อาจแสดงความอาทรและห่วงหาระหว่างกันได้

…..

“ชางมิน…ออกไปแล้ว”

“อ อืออ”

“พรุ่งนี้สายๆ คงถึงจะกลับ”

ยุนโฮ….บันทึกไว้ทั้งหมด 

ทุกเมสเสจที่ถูกส่ง ทุกสาย…ที่ยุนโฮไม่มีโอกาสได้รับ 

“แจจุงขาวไป… และ อา ตรงนี้—เพราะฉันไม่ทันระวัง เลยอาจมองเห็นรอยช้ำ”

เสียงแหบปร่าและคำพูดที่มาพร้อมกับปลายนิ้วที่แทรกซอนไปบนท้องเปลือย ทำให้คนร่างเล็กกว่าไม่มีกะจิตกะใจมัวมาแคร์  …เขาไม่สน ว่าใครจะสังเกตเห็น ไม่แม้กระทั่ง จะกังวลว่า เมื่อไหร่หนอ—ที่รอยเหล่านี้ มันจะจางหาย

“ล แล้วนี่ล่ะ… ย ยุนโฮ ได้จดมัน..ไว้บ้างหรือเปล่า”

อดีตหัวหน้าวง เปล่งเสียงคำรามในลำคอ เมื่อนิ้วยาวนิ้วที่สองสอดเข้าไปในช่องทางชื้นพร้อมคำถามที่แห้งเครือ จนในที่สุดคนถามก็เปล่งคำพูดออกมาไม่ได้อีก …

แจจุงบนเตียงเขา ดวงตาพร่าพราวด้วยความกระสัน… ยุนโฮคราง เมื่อมองเห็นความต้องการที่เปิดเผยตั้งชัน เริ่มมีน้ำมาคลอน้อยๆ

“อ อา”

ร่างใหญ่ของเจ้าห้องโน้มลงมา ปลายลิ้นกระหายลิ้มเลียอย่างเมามัว แล้วไม่นานร่างหนาของยุนโฮก็สอดลำกายขนาดมหึมา หลังจากถอดถอนนิ้วแทรกซอนและฉ่ำชื้นไปด้วยของเหลวเหนียวข้นที่ผสมผสานเข้ากับน้ำน้อยๆ จากความต้องการของแจจุงและของตน

“ในหัวของฉัน …นี่เป็นอีกเรื่อง ..

ที่ไม่จด—ก็จำมันทั้งหมดได้

ทุกครั้งที่เราร่วมรัก… 

ยุนโฮจะทำบางอย่างเสมอ 

“แจจุง …ก กอดฉัน”

เมื่อไหร่ก็ตาม …ที่ทั้งคู่มีอะไรกัน —ยุนโฮจะบอกกับฉัน…ให้กอดยุนโฮเอาไว้

ทุกครั้ง…เวลาที่ห่าง 

เวลาที่ฉัน…คิดถึงยุนโฮ 

“ไม่จำเป็น..ต้องตอบกลับ”

ยุนโฮ..รู้ดี  

“แค่อ่านมัน…ทุกๆ ข้อความ”

ยุนโฮ…พยักหน้ารับ 

“ยุนโฮ…รับปากได้มั๊ย”

~~~

เช้าวันรุ่งขึ้น … ชางมินกลับมา 

“สมุดโน้ตเล่มนั้น” แจจุงเอ่ยกับน้องชาย เมื่อถึงเวลาที่ต่างก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ของตน  “ช่วยบอกยุนโฮ ฮยองขอละกันนะ”

“อ อือ” คนเพิ่งกลับมา ยังรอส่งอีกคนที่หน้าประตู … “ว่าแต่…ฮยอง”

“หือม์”

โอเคขึ้นแล้ว…ใช่มั๊ยฮะ”

อ อื้อ… พี่แจจุงพยักหน้าอย่างชั่งใจ ก่อนใช้สมุดเล่มนั้นตีแรงๆ ที่ไหล่ผม

“ฮ เฮ่!”

“ขอบใจ …ไอ้เด็กบ้า”


 

every time }END

current music: NINE – JYJ

แจจุงฮยอง…สำคัญเสมอ 

กับพี่ยุนโฮ…ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม